มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งที่พบมากที่สุดในสตรีไทย มีอัตราการเสียชีวิตสูงถึง 14 รายต่อวัน ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วมะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันได้ สามารถตรวจวินิจฉัยความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะเริ่มแรก และสามารถรักษาให้หายขาดได้ก่อนเป็นมะเร็งระยะลุกลาม ซึ่งส่วนมากสตรีที่ป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกจะมีอายุอยู่ในช่วง 30-65 ปี จากข้อมูลของสมาคมโรคมะเร็งแห่งสหรัฐอเมริกาพบว่าสตรีวัยชราที่มีอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไปป่วยเป็นมะเร็งปากมดลูกจำนวนร้อยละ 15 และเป็นโรคที่พบได้น้อยในสตรีที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี

วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกที่ยอมรับกันในระดับสากล

มี 2 วิธีคือ การตรวจแป็ปและการตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี

การตรวจมะเร็งปากมดลูกตินเพร็พ (ThinPrep)

คือ เป็นมาตราฐานใหม่ของวิธีการตรวจมะเร็งปากมดลูก โดยแพทย์เก็บเซลล์ บริเวณปากมดลูกด้วยอุปกรณ์เฉพาะ แล้วใส่ลงในขวดน้ำยาตินเพร็พ นำส่งห้องปฏิบัติการ เพื่อเตรียมสไลด์ด้วย ลักษณะสไลด์เป็นรูปแบบเดียวกัน เซลล์เรียงตัวสม่ำเสมอ เซลล์เรียงตัวแบบบางไม่ซ้อนทับกัน มองเห็นเซลล์ผิดปกติได้ง่าย ไม่มีมูกเลือดบดบังมีข้อมูลการศึกษาวิจัยพบว่า การตรวจหาเซลล์มะเร็งโดยวิธีตินเพร็พ ให้ผลดีกว่าการตรวจแบบดั้งเดิมดังนี้

  • เพิ่มความไวในการวินิจฉัยมะเร็งปากมดลูกระยะก่อนลุกลาม
  • คุณภาพสไลด์ที่ใช้ในการตรวจดีขึ้น
  • สามารถยืดระยะเวลาการตรวจหาเซลล์มะเร็งจากปากมดลูกจากทุกๆ 1 ปี เป็นปีเว้นปี

การตรวจหาเชื้อไวรัสเอชพีวี (HPV DNA Test)

คือ เป็นการตรวจแบบเจาะลึกระดับดีเอ็นเอ ซึ่งเป็นเทคนิคการตรวจระดับชีวโมเลกุลที่สามารถค้นหาเชื้อเอชพีวีได้ในระยะก่อนที่จะเกิดเป็นมะเร็งปากมดลูก ทำให้สามารถป้องกันและรักษาเชื้อเอชพีวีได้ก่อนที่เชื้อจะพัฒนาเป็นมะเร็งปากมดลูก ซึ่งวิธีนี้มีความแม่นยำอย่างมาก เพราะนอกจากค้นหาความผิดปกติแล้ว ยังทำให้รู้ลึกมากขึ้นว่ามีการติดเชื้อเอชพีวีหรือไม่ เพราะถ้าเป็นมะเร็งปากมดลูกต้องมีการติดเชื้อเอชพีวีก่อน ดังนั้น ถ้าไม่มีการติดเชื้อสามารถมั่นใจได้ถึง 99 % ว่าในช่วง 1-2 ปีที่รับการตรวจโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกจะน้อยมาก โดยวิธีการตรวจนี้จะได้ผลดียิ่งขึ้นเมื่อตรวจร่วมกับการตรวจแป็ป

มะเร็งปากมดลูกสามารถป้องกันและรักษาให้หายขาดได้ หากตรวจพบตั้งแต่ระยะเริ่มแรก ดังนั้นการเข้ารับการตรวจภายใน และตรวจมะเร็งปากมดลูกอย่างสม่ำเสมอ และเลือกตรวจด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพจะทำให้คุณมั่นใจและปลอดภัยจากมะเร็งปากมดลูก