กลุ่มอาการรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกิน (Ovarian Hyperstimulation Syndrome: OHSS)
บทนำ
กลุ่มอาการรังไข่ถูกกระตุ้นมากเกิน (Ovarian Hyperstimulation Syndrome – OHSS) คือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการรักษาภาวะมีบุตรยาก โดยเฉพาะในผู้ที่ได้รับ ยาฉีดกระตุ้นไข่ หรือเข้ารับการรักษาแบบ เด็กหลอดแก้ว (In vitro fertilization – IVF)
ในภาวะนี้ รังไข่จะตอบสนองต่อฮอร์โมนกระตุ้นไข่มากเกินไป ทำให้ รังไข่โตและบวม และอาจมี ของเหลวรั่วเข้าสู่ช่องท้อง ผู้ป่วยบางรายมีอาการเพียงเล็กน้อยและหายได้เอง แต่ในรายที่รุนแรงจำเป็นต้องพบแพทย์ทันที และอาจต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
กลไกการเกิดโรค
ภาวะ OHSS เกิดจาก การตอบสนองต่อฮอร์โมนกระตุ้นการตกไข่ (ovarian stimulation hormones) มากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อใช้ยา ฮอร์โมน hCG (human chorionic gonadotropin) เพื่อกระตุ้นให้ไข่ตกในรอบการรักษา
ฮอร์โมนนี้กระตุ้นให้รังไข่ผลิตหลอดเลือดฝอยเพิ่มขึ้นและทำให้ผนังหลอดเลือดรั่ว ของเหลวจึงซึมออกมานอกเส้นเลือด สะสมในช่องท้อง หรือในกรณีรุนแรงอาจถึงช่องปอด ทำให้หายใจลำบาก
ระดับความรุนแรงของภาวะ OHSS
ระดับความรุนแรง / อาการสำคัญ / การดูแลเบื้องต้น
- ระดับเล็กน้อย (Mild): ท้องอืด แน่นท้องเล็กน้อย รังไข่โตไม่มาก — พักผ่อน ดื่มน้ำมากพอ เฝ้าระวังอาการ
- ระดับปานกลาง (Moderate): น้ำหนักเพิ่มขึ้น >2 กก. ในไม่กี่วัน ปวดท้องมากขึ้น คลื่นไส้ อาเจียน — พบแพทย์เพื่อตรวจประเมินและติดตามอาการ
- ระดับรุนแรง (Severe): แน่นท้องมาก หายใจลำบาก ปัสสาวะน้อยลง น้ำในช่องท้อง/ช่องปอด — ต้องรักษาในโรงพยาบาล ให้สารน้ำ ยาขับปัสสาวะ หรือระบายของเหลว
อาการที่พบบ่อย
ผู้ป่วยมักเริ่มมีอาการ ภายในไม่กี่วันหลังฉีดยากระตุ้นไข่ โดยอาการอาจคงอยู่นานหลายสัปดาห์ โดยเฉพาะหากมีการตั้งครรภ์ในรอบนั้น
อาการที่พบบ่อย ได้แก่:
- ปวดท้องหรือแน่นท้อง
- ท้องอืด น้ำหนักขึ้นรวดเร็ว
- คลื่นไส้ อาเจียน หรือท้องเสีย
- ปัสสาวะลดลง
- เวียนศีรษะ หรืออ่อนเพลียผิดปกติ
- ในกรณีรุนแรง อาจมีอาการบวมทั่วตัว หายใจลำบาก หรือหน้ามืดเป็นลม ซึ่งต้องได้รับการดูแลทางการแพทย์ทันที
ควรพบแพทย์เมื่อใด
ควรรีบติดต่อทีมรักษาทันทีหากมีอาการต่อไปนี้
- ปวดท้องรุนแรงหรือท้องโตขึ้นรวดเร็ว
- น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติภายในไม่กี่วัน
- ปัสสาวะลดลง
- หายใจลำบาก หรือแน่นหน้าอก
- คลื่นไส้อาเจียนมาก รับประทานอาหารไม่ได้
เพราะอาการเหล่านี้อาจบ่งบอกว่าเป็น OHSS ระดับปานกลางถึงรุนแรง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการประเมินและดูแลใกล้ชิดในโรงพยาบาล
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิด OHSS
- ใช้ ยาฉีดกระตุ้นไข่ขนาดสูง
- มีการตอบสนองของรังไข่มากกว่าปกติ (ได้ไข่จำนวนมาก)
- ทำการรักษาแบบ IVF หรือ Ovulation induction
- มีภาวะ ถุงน้ำรังไข่หลายใบ (Polycystic Ovary Syndrome – PCOS)
- มีอายุน้อยหรือรูปร่างผอม
- ตั้งครรภ์ในรอบการรักษานั้น (เพราะฮอร์โมน hCG จากการตั้งครรภ์จะกระตุ้นอาการให้ยืดนานขึ้น)
ภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้น
- ภาวะขาดน้ำรุนแรง (Dehydration)
- เกลือแร่ในเลือดผิดปกติ
- เลือดข้นหรือลิ่มเลือดอุดตัน (Thrombosis)
- น้ำในช่องท้องหรือช่องปอด (Ascites / Pleural effusion)
- การทำงานของตับหรือไตผิดปกติ
การรักษา
1. การรักษาแบบประคับประคอง (Conservative care)
สำหรับรายที่อาการไม่รุนแรง แพทย์จะแนะนำให้พักผ่อน ดื่มน้ำมากพอ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก และติดตามอาการใกล้ชิด
2. การรักษาในโรงพยาบาล
ในกรณีอาการปานกลางถึงรุนแรง แพทย์จะให้การดูแลดังนี้
- ให้น้ำเกลือทางหลอดเลือด
- ติดตามปริมาณปัสสาวะและสัญญาณชีพ
- ตรวจเลือดและอัลตราซาวนด์เป็นระยะ
- ให้ยาเพื่อลดการรั่วของของเหลวออกจากหลอดเลือด
- ในบางกรณีอาจต้อง เจาะระบายน้ำในช่องท้อง (paracentesis) เพื่อบรรเทาอาการ
การป้องกันภาวะ OHSS
- ใช้ยากระตุ้นไข่ใน ขนาดต่ำและเพิ่มอย่างค่อยเป็นค่อยไป
- ใช้ GnRH agonist trigger แทนการฉีด hCG ในผู้ที่เสี่ยงสูง
- แช่แข็งตัวอ่อนทั้งหมด (freeze-all strategy) แล้วเลื่อนการฝังตัวในรอบถัดไป
- ติดตามผลอัลตราซาวนด์และระดับฮอร์โมนอย่างใกล้ชิดระหว่างการรักษา
ผู้เข้ารับการรักษาควรแจ้งทีมแพทย์ทันทีหากรู้สึกแน่นท้องหรืออาการผิดปกติ เพื่อให้สามารถปรับแผนการรักษาได้ทันท่วงที
การดูแลตนเองเมื่ออยู่ในระหว่างการรักษาภาวะมีบุตรยาก
- ติดตามน้ำหนักตัวทุกวัน หากน้ำหนักเพิ่มขึ้น >2 กก. ภายใน 2 วัน ให้แจ้งแพทย์
- ดื่มน้ำมากพอ (เว้นแต่แพทย์สั่งจำกัดน้ำ)
- หลีกเลี่ยงการมีเพศสัมพันธ์หรือออกกำลังกายหนัก เพื่อลดความเสี่ยงรังไข่แตก
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของทีมแพทย์อย่างเคร่งครัด
สรุป
ภาวะ รังไข่ถูกกระตุ้นมากเกิน (OHSS) เป็นภาวะแทรกซ้อนจากการรักษาภาวะมีบุตรยากที่อาจเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะในผู้ที่ใช้ยาฉีดกระตุ้นไข่ แม้ส่วนใหญ่จะไม่รุนแรงและหายได้เอง แต่อาการบางอย่างอาจรุนแรงและต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
การรู้จักอาการเตือน การติดต่อทีมรักษาอย่างรวดเร็ว และการติดตามอย่างใกล้ชิดระหว่างการรักษา คือ กุญแจสำคัญในการป้องกันภาวะแทรกซ้อนและเพิ่มความปลอดภัยของการรักษามีบุตรยาก
แหล่งอ้างอิง
Mayo Clinic. Ovarian hyperstimulation syndrome (OHSS) — Symptoms & causes. Mayo Clinic.
American Society for Reproductive Medicine (ASRM). Prevention and management of ovarian hyperstimulation syndrome. 2023.
European Society of Human Reproduction and Embryology (ESHRE) Guidelines. Ovarian stimulation and OHSS management. 2022.