ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก แตกต่างกันอย่างไร

ไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ไข้เลือดออก แตกต่างกันอย่างไร

รู้หรือไม่ อาการป่วยที่คล้ายๆ กัน อาจมีสาเหตุมาจากโรคที่แตกต่างกัน หากเราสามารถแยกอาการของโรคเบื้องต้นได้ ก็รักษาได้เร็วกว่าและป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่อาจจะรุนแรงได้ดีกว่า โดย 3 โรคฮิตที่คนส่วนใหญ่มักแยกอาการไม่ค่อยออก อย่างไข้หวัดธรรมดา ไข้หวัดใหญ่ และไข้เลือดออก นั้นมีความแตกต่างกันอย่างไร

โรคไข้หวัดธรรมดา (Common cold)
สาเหตุของโรคเกิดจากการติดเชื้อไวรัสหลายชนิด เช่น Rhinovirus (ประมาณ 50%) หรือ Coronavirus (10-15%) และไวรัสอื่นๆ โดยทั่วไปโรคไข้หวัดธรรมดาจะก่อให้เกิดอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น คัดจมูก มีน้ำมูกไหล จาม อาจมีไข้ต่ำๆ บางรายอาจมีอาการเจ็บคอและไอร่วมด้วยแต่ไม่รุนแรงนัก อาการเหล่านี้จะรบกวนชีวิตประจำวันเป็นระยะและค่อยๆ หายไปเอง การรักษาทำได้โดยการดื่มน้ำมากๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ นอกจากนี้อาจรับประทานยาลดน้ำมูก ยาแก้ไอ เพื่อบรรเทาอาการได้ด้วย

โรคไข้หวัดใหญ่ (Flu)
โรคไข้หวัดใหญ่นั้นเกิดจากเชื้อ Influenza virus โดยอาการที่รุนแรงมักเกิดจากสายพันธุ์ Influenza A และ B เป็นหลัก อาการของโรคไข้หวัดใหญ่จะเกิดขึ้นรวดเร็ว ฉับพลัน และค่อนข้างรุนแรงกว่าไข้หวัดธรรมดา โดยลักษณะเด่นคือ ผู้ป่วยจะมีไข้สูง(ในบางรายอาจจะไม่มีไข้ก็ได้) อ่อนเพลียมาก ปวดเมื่อยตามร่างกาย เจ็บคอ คออักเสบ ไอ จาม อาจคัดจมูกหรือมีน้ำมูกได้บ้าง บางรายอาจคลื่นไส้ อาเจียน และท้องร่วงร่วมด้วย
การรักษาจำเป็นต้องรับประทานยาต้านไวรัสร่วมกับยาที่ใช้รักษาตามอาการที่มี เช่น ยาลดไข้พาราเซตามอล รวมถึงเช็ดตัวเพื่อลดไข้ ผู้ที่ป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่อาจอ่อนเพลียและหมดแรงจนไม่สามารถทำกิจกรรมได้ตามปกติจึงจำเป็นต้องดูแลตัวเองโดยการนอนพักผ่อนและดื่มน้ำสะอาดมากๆ จนกว่าอาการจะดีขึ้น หรือสามารถฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ได้

โรคไข้เลือดออก (Dengue fever)
สาเหตุของโรคเกิดจากเชื้อไวรัส Dengue ซึ่งมียุงลายเป็นพาหะนำเชื้อ อาการของไข้เลือดออกในระยะแรกจะคล้ายคลึงกับไข้หวัดใหญ่ คือมีไข้สูง ตัวร้อน ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยตามร่างกาย และอ่อนเพลีย บางรายอาจคลื่นไส้อาเจียนด้วย แต่ไข้เลือดออกจะมีลักษณะที่เด่นคือ มีจุดเลือดหรือจ้ำเลือดขึ้นตามผิวหนัง เกิดจากมีเกล็ดเลือดต่ำและอาจมีภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรง เช่น การมีเลือดออกตามเยื่อบุอวัยวะ ทำให้ความดันโลหิตต่ำและช็อกได้ หลายคนที่ป่วยเป็นไข้เลือดออกในระยะแรก อาจสับสนว่าเป็นอาการของไข้หวัดใหญ่ จึงเลือกรับประทานยาแอสไพริน หรือยากลุ่ม NSAIDs เพื่อลดไข้ และลดอาการอักเสบซึ่งเป็นทางเลือกที่อันตรายมาก เพราะยาดังกล่าวจะส่งผลให้เกิดอาการเลือดออกรุนแรงขึ้น การรักษาไข้เลือดออกในขั้นแรกคือ การให้ยาลดไข้ เช่น พาราเซตามอล (Paracetamol หรือ Acetaminophen) เพื่อระงับอาการ รวมถึงอาจต้องให้น้ำเกลือทางเส้นเลือดเพื่อชดเชยน้ำที่เสียไปด้วย