โรคต่อมลูกหมากโต

โรคต่อมลูกหมากโต (Benign Prostatic Hyperplasia) คือโรคที่เกิดขึ้นในเพศชาย โดยเฉพาะในกลุ่มชายสูงวัย ซึ่งต่อมลูกหมากที่โตจนผิดปกตินั้นจะไปรบกวนระบบทางเดินปัสสาวะ จนทำให้ปัสสาวะขัด และก่อให้เกิดการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะได้

อาการของต่อมลูกหมากโต
อาการของต่อมลูกหมากโตมีสาเหตุมาจากขนาดของต่อมลูกหมากที่มีขนาดใหญ่ขึ้นจนทำให้เกิดแรงดันที่กระเพาะปัสสาวะ และท่อปัสสาวะ และส่งผลกระทบกับการปัสสาวะ ซึ่งมีผู้ชายจำนวนไม่น้อยที่ละเลย

อาการต่าง ๆ ของต่อมลูกหมากโต ดังนี้

  • ปัสสาวะบ่อยหรือต้องการปัสสาวะทันที
  • ปัสสาวะนาน ปัสสาวะอ่อน ปัสสาวะสะดุด (ขัดเบา) ปัสสาวะเป็นหยดๆ
  • รู้สึกปวดขณะถ่ายปัสสาวะ
  • ปัสสาวะหลายครั้งในตอนกลางคืน
  • มีเลือดปนออกมาในปัสสาวะ

นอกจากนี้สาเหตุของอาการปัสสาวะไม่ออก อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น นิ่วในกระเพาะปัสสาวะ การติดเชื้อในกระเพาะปัสสาวะ หรือความเสียหายของไตได้อีกด้วย หากมีอาการเหล่านี้ เช่น มีไข้ หนาวสั่น ปวดที่สีข้าง บริเวณหลัง หรือบริเวณท้อง ปัสสาวะมีหนองหรือมีเลือดปน ควรรีบไปพบแพทย์

สาเหตุของต่อมลูกหมากโต
มีการสันนิษฐานว่าสาเหตุของต่อมลูกหมากโตเกิดขึ้นจากความเสื่อมของร่างกายตามวัยในผู้ชาย และเกิดจากความเปลี่ยนแปลงของสมดุลฮอร์โมนได้ ยังสันนิษฐานได้ว่าอาจเกิดจากพันธุกรรม โดยเฉพาะคนที่มีอาการค่อนข้างรุนแรงในกลุ่มคนที่มีอายุน้อยกว่า 60 ปี ซึ่งต้องรับการรักษาโดยวิธีการผ่าตัด

ปัจจัยเสี่ยงของโรคต่อมลูกหมากโตที่มักพบได้บ่อยในคนที่มีอายุมากกว่า 50 ปี นอกจากนี้ผู้ป่วยที่มีประวัติว่าคนในครอบครัวมีปัญหาเกี่ยวกับต่อมลูกหมาก หรือผู้ที่มีความผิดปกติของอัณฑะก็จะยิ่งมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น

การวินิจฉัยโรคต่อมลูกหมากโต
การวินิจฉัยอาการด้วยตนเองในเบื้องต้นนั้น สามารถทำได้โดยการสังเกตความผิดปกติในการปัสสาวะ หากพบว่ามีการปัสสาวะที่บ่อยขึ้น หรือในขณะที่ปัสสาวะอยู่รู้สึกเจ็บ และมีปัสสาวะเป็นเลือด ควรรีบไปพบแพทย์ในทันทีเพื่อความปลอดภัย
เมื่อไปพบแพทย์ แพทย์จะทำการเช็คให้แน่ใจก่อนว่าความผิดปกติในการปัสสาวะที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากโรคต่อมลูกหมากโตหรือเกิดจากปัญหาอื่น ๆ โดยการซักประวัติคนไข้อย่างละเอียดและตรวจร่างกาย ซึ่งรวมไปถึงการตรวจต่อมลูกหมากทางทวารหนัก เพื่อทำการทดสอบวัดอัตราการไหลของปัสสาวะ ตรวจเพาะเชื้อจากปัสสาวะและวัดปริมาณปัสสาวะที่เก็บอยู่ในกระเพาะปัสสาวะ

วิธีการรักษาต่อมลูกหมากโต
การรักษาโรคต่อมลูกหมากโตอาจต้องใช้หลายวิธีร่วมกัน โดยการเปลี่ยนวิธีการใช้ชีวิต การใช้ยารักษา และการผ่าตัด หากมีอาการเพียงเล็กน้อย ก็ไม่จำเป็นต้องทำการรักษา แต่ควรติดตามอาการเป็นระยะๆ เพื่อเฝ้าระวังไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น ไม่ว่าผู้ป่วยจะทำการรักษาหรือไม่ ก็ควรจะปรับเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิต เช่น งดการดื่มเครื่องดื่มหรือแอลกอฮอล์ในปริมาณมากเกินไปโดยเฉพาะในเวลากลางคืน เพื่อลดการปวดปัสสาวะ ฝึกการเข้าห้องน้ำและไม่อั้นปัสสาวะนานเกินไป เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อกระเพาะปัสสาวะเกิดความเสียหาย ออกกำลังกายและรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

การรักษาโดยการใช้ยาในผู้ที่มีอาการไม่รุนแรง แพทย์อาจะสั่งยาบางชนิดให้ เช่น Proscar(finasteride) ซึ่งช่วยให้ต่อมลูกหมากมีขนาดเล็กลง หรือยาคลายกล้ามเนื้อเรียบในต่อมลูกหมากให้อ่อนตัวลง

ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงและการใช้ยาไม่ได้ผล หรือมีปัญหาทางเดินปัสสาวะติดขัด เกิดนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ ปัสสาวะเป็นเลือด หรือมีปัญหาเกี่ยวกับไต ต้องใช้การรักษาด้วยการผ่าตัดด้วยการส่องกล้อง เพื่อตัดเอาชิ้นเนื้อส่วนที่เกินออกมาจากต่อมลูกหมาก (TURP) วิธีนี้ถือว่าเป็นวิธีผ่าตัดที่ใช้กันเป็นส่วนใหญ่ โดยแพทย์ผ่าตัดจะส่งท่อที่มีกล้องขนาดเล็กผ่านเข้าสู่ท่อปัสสาวะ ตรงปลายท่อจะมีเครื่องมือผ่าตัดขนาดเล็กใช้สำหรับตัดเนื้อเยื่อต่อมลูกหมากส่วนที่กดทับท่อปัสสาวะไว้ ถ้าในกรณีที่ต่อมลูกหมากมีขนาดใหญ่มากผิดปกติ แพทย์อาจจำเป็นต้องใช้วิธีการผ่าตัดแบบเปิดหน้าท้องเพื่อนำเอาเนื้อเยื่อส่วนเกินออกมา

วิธีป้องกันต่อมลูกหมากโต
ปัจจุบันนี้ยังยังไม่มีทางป้องกันภาวะการเกิดต่อมลูกหมากโตได้ ดังนั้นวิธีที่ดีที่สุดก็คือผู้ชายที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปควรได้รับการตรวจต่อมลูกหมากเป็นประจำทุกปี ควรหมั่นสังเกตความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะและรีบไปพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติเกิดขึ้น