เข้าใจโรคภูมิแพ้

แพทย์หญิงอัญชลี เสนะวงษ์ กุมารเวชศาสตร์ภูมิแพ้และภูมิคุ้มกันวิทยา

สถาบันภูมิแพ้ Samitivej Allergy Institute (SAI) โรงพยาบาล BNH และ สมิติเวชธนบุรี

โรคภูมิแพ้เกิดจากอะไร

โรคภูมิแพ้สามารถเกิดจากทั้งปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม

  • ปัจจัยทางพันธุกรรมมาจาก มาจากการถ่ายทอดทางยีน (genetic predisposing) และเอพิเจเนติก (epigenetic) ซึ่งเป็นการแสดงออกของยีนโดยกระบวนการเหนือพันธุกรรม หรือการเปลี่ยนแปลงยีนโดยที่ไม่มีการเปลี่ยนลำดับของเบสดีเอ็นเอ ทั้งนี้ ถ้าบิดาหรือมารดาเป็นโรคภูมิแพ้จะทำให้บุตรมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ประมาณร้อยละ 30-50 แต่ถ้าทั้งบิดาและมารดาเป็นโรคภูมิแพ้ โอกาสที่บุตรเป็นโรคภูมิแพ้จะเพิ่มมากขึ้นเป็นร้อยละ 50-70 โดยครอบครัวที่ไม่มีประวัติโรคภูมิแพ้เลย เด็กจะมีโอกาสเป็นโรคภูมิแพ้ประมาณร้อยละ 10
  • ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม (environmental exposure) เกี่ยวกับจากการรับประทานอาหาร การใช้ยาปฏิชีวนะ การติดเชื้อจุลินทรีย์บางชนิด การสัมผัสมลภาวะ การสูบบุหรี่ เป็นต้น นอกจากนั้นระยะเวลาที่สัมผัส (timing of exposure) เช่น ช่วงไตรมาสแรกของการตั้งครรภ์ ช่วงเวลาหลังคลอด หรือขวบปีแรกของเด็ก ส่งผลสำคัญต่อการเปลี่ยนภูมิและก่อให้เกิดภูมิแพ้ (allergic programming)

แนวทางปฏิบัติในการป้องกันโรคภูมิแพ้ของประเทศไทยได้ให้นิยามของเด็กที่ความเสี่ยงของการเกิดโรคภูมิแพ้ โดยการการประเมินจากครอบครัวดังนี้

**โรคหลัก: โรคหอบหืด, ผื่นผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้, จมูกอักเสบจากภูมิแพ้ หรือภาวะแพ้นมวัว

*โรครอง: ลมพิษ, แพ้ยา, แพ้อาหารอื่นๆ หรือโรคเยื่อบุตาอักเสบจากภูมิแพ้

คะแนนรวม คือนำคะแนนสูงสุดของโรคหลักและโรครองมารวมกันในแต่ละสมาชิกครอบครัวและนำคะแนนของทุกคนมารวมกัน ถ้าคะแนนมากกว่าหรือเท่ากับ 2 ขึ้นไปแสดงว่าเด็กมีความเสี่ยงในการเกิดโรคภูมิแพ้

โรคภูมิแพ้มีการดำเนินโรคอย่างไรในแต่ช่วงละอายุ

การดำเนินโรคตามธรรมชาติ (natural history) ของโรคภูมิแพ้ เรียกว่า “Allergic march”หรือ “Atopic march”เริ่มจาการแพ้อาหารในเด็กเล็ก ซึ่งมักเกิดก่อนอายุ 1 ขวบ และอาการของโรคผิวหนังอักเสบภูมิแพ้ซึ่งอาจพบได้ตั้งแต่ช่วงเดือนแรก อาจเกิดหลังการแพ้อาหารเล็กน้อย มักเริ่มที่ก่อนอายุ 1 ขวบ จนเข้าสู่อายุ 2 ขวบ ทั้งนี้โรคผื่นผิวหนังอักเสบและการแพ้อาหารอาจพบสัมพันธ์กันได้ประมาณ 30% ตามมาด้วยโรคภูมิแพ้ทางระบบทางเดินหายใจ ได้แก่ โรคหอบหืดและภูมิแพ้จมูกและเยื่อบุตาอักเสบ ซึ่งมักพบตั้งแต่อายุ 1-2 ปีขึ้นไป พบมากในช่วงวัยเข้าโรงเรียนจนถึงวัยผู้ใหญ่ ดังรูป

อุบัติการณ์ของโรคภูมิแพ้ในประเทศไทย

ในประเทศไทยได้มีการศึกษารวบรวมข้อมูลความชุกของโรคภูมิแพ้ในเด็กโดยใช้แบบสอบถาม The international study of asthma and allergies in children (ISAAC) พบว่าเด็กไทยอายุ 6-7 ปี มีความชุกของโรคภูมิแพ้ คือ โรคภูมิแพ้จมูกอักเสบ พบมากที่สุดประมาณ 50% ตามด้วยการมีเสียงหายใจหอบวี๊ซประมาณ 24% และภูมิแพ้ผิวหนังอักเสบประมาณ 15% ตามลำดับ

 

References

  1. E. Campbell, R. J. Boyle, C. A. Thornton, S. L. Prescott,Clinical & Experimental Allergy, 2015(45) 844–858.
  2. แนวทางปฏิบัติในการป้องกันโรคภูมิแพ้ของประเทศไทย
  3. Report from the National Institute of Allergy and Infectious Diseases Workshop on “Atopic Dermatitis and the Atopic March: Mechanisms and Interventions” Journal of Allergy and Clinical Immunology. 2019.01.003
  4. Chinratanapisit S, Suratannon N, Pacharn P, Sritipsukho P, Vichyanond P. Prevalence and severity of asthma, rhinoconjunctivitis and eczema in children from the Bangkok area: The Global Asthma Network (GAN) Phase I. Asian Pac J Allergy Immunol DOI 10.12932/AP-120618-0336