ขนาดตัวอักษร : Normal Medium Large
หน้าหลัก l รู้จักโรงพยาบาลบีเอ็นเอช l ค้นหารายชื่อแพทย์ l นัดหมายแพทย์ l ศูนย์แพทย์เฉพาะทางและห้องพัก l เข้าสู่ระบบ l ติดต่อเรา
  


ส่งหน้านี้ให้เพื่อน พิมพ์หน้านี้
  ต้อหินทำให้ตาบอดได้อย่างไร?
 

 

ต้อหินทำให้ตาบอดได้อย่างไร?

ต้อหิน เป็นโรคตาชนิดหนึ่งซึ่งคนที่เป็นส่วนใหญ่มักจะไม่ทราบว่าตนป่วยเป็นโรคนี้ โดยเฉพาะในระยะแรกๆพอทราบก็มักจะใกล้บอดแล้ว ที่อันตรายที่สุดคือ ถ้าไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกต้องตาจะบอดในที่สุด ไม่ช้าก็เร็ว ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคในแต่ละบุคคล ต่างกับโรคต้อเนื้อ ต้อลม และรุนแรงมากกว่าต้อกระจกมากตรงที่ว่าในโรคต้อหินประสาทตาที่ใช้ในการมองหรือรับรู้แสงสว่างจะถูกทำลายไปเรื่อยๆ ส่วนที่เสียไปแล้วก่อนที่จะได้รับการรักษาจะไม่สามารถกู้กลับมาคืนปกติได้


 

โรคต้อหิน คืออะไร

โรคต้อหิน คือภาวะที่ขั้วประสาทตาผิดปกติ โดยอาจเกี่ยวเนื่องกับความดันภายในลูกตาซึ่งสูงขึ้น หรือภาวะของการขาดเลือดไปเลี้ยงที่ขั้วประสาทตา และมักทำให้เกิดความผิดปกติของลานสายตาเพื่อให้เกิดความเข้าใจดีขึ้น

สาเหตุ คืออะไร ต้อหินเกิดจากปัจจัยเสี่ยงต่างๆในตัวบุคคลนั้นๆทำให้เกิดการเสื่อมของขั้วประสาทตา

ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคต้อหิน ใครบ้างมีโอกาสเป็นโรคต้อหิน

  1. อายุ คนที่มีอายุมากจะมีโอกาศเป็นต้อหินมากกว่าคนอายุน้อย ต้อหินบางชนิดเกิดในเด็กแรกเกิด หรือกลุ่มเด็กเล็กได้เช่นกัน แต่พบไม่บ่อยเท่าผู้สูงอายุ

  2. ความดันในลูกตา คนที่มีความดันในลูกตาสูงก็จะมีโอาศเกิดโรคต้อหินได้สูงเดิมที่แพทย์มักวินิจฉัยโรคต้อหินโดยอาศัยการวัดความดันตาแต่เพียงอย่างเดียว ถ้าพบว่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยปกติ ก็จะวินิจฉัยเป็นต้อหิน ซึ่งแท้จริงคนคนนั้นอาจจะเป็นเพียงแค่มีภาวะความดันในลูกตาสูงเฉยๆ โดยไม่มีการทำลายของขั้วประสาทตา และที่มีความดันสูงเฉยๆโดยไม่มีการทำลายขั้วประสาทตา และที่มีความดันสูงกว่าปกติก็เพราะว่าเกิดามเป็นอย่างนั้นภาวะนี้เรียกทางวิชาแพทย์ว่า OCULAR HYPERTENSION ภาษาไทยน่าจะเรียกว่า"ภาวะความดันตาสูง” ผู้ป่วยเหล่านี้ไม่มีความจำเป็นต้องหยอดตาหรือรักษา เพียงแต่ต้องไปตรวจหรือพบแพทย์เป็นระยะเพื่อคอยป้องกันไม่ให้เป็นต้อหิน

    ปกติลูกตาจะมีการสร้างน้ำหล่อเลี้ยงภายในที่เรียกว่า น้ำเอเดียวส(AQUEOUS HUMOR) ซึ่งสร้างจากบริเวณด้านหลังของม่านตา แล้วไหลออกมาทางช่องด้านหน้า ก่อนที่จะระบายออกไปทางท่อระบายบริเวณมุมตาใน

    ภาวะปกติ ปริมาณของน้ำหล่อเลี้ยงที่สร้างขึ้นจะสมดุลกับปริมาณน้ำเอเดียวสที่ไหลออกจากลูกตาซึ่งจะไม่ทำให้เกิดการคั้งค้างของน้ำภายในลูกตา ความดันภายในก็ปกติ แต่ถ้าหากมีการอุดตันบริเวณที่ที่อระบายก็จะเกิดการเพิ่มขึ้นของความดันตา ดังรูปล่าง ความดันตาสูงขึ้นสามารถทำอันตราย
     

  3. ประวัติครอบครัว หากมีสมาชิกภายในครอบครัวหรือบรรพบุรุษเป็นต้อหินก็จะมีโอาศเป็นต้อหินมากขึ้นและควรได้รับการตรวจเป็นระยะ

- สายตาสั้นมากหรือยาวมาก คนที่มีสายตาสั้นมากๆจะมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคต้อหินชนิดมุมเปิดมากกว่าคนปกติ และในคนที่สายตายาวมากๆโดยมีขนาดของลูกตาเล็กกว่าปกติก็จะมีโอกาสเป็นต้อหินชนิดมุมปิด

- โรคเบาหวาน เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดต้อหินอย่างชัดเจน คนที่ป่วยเป็นโรคเบาหวานจะมีอันตราย การเกิดเป็นโรคต้อหินสูงกว่าคนปกติ

- โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง ผู้ป่วยโรคหัวใจและความดันโลหิตสูง โดยเฉพาะที่เคยช็อคหรือมีหัวใจวายมาก่อน มีโอกาสจะเกิดต้อหินชนิดเรียกว่า ต้อหินแบบความดันปกติ ในภาษาอังกฤษเรียกว่า NORMAL TENSION GLAUCOMA เรื่องนี้เป็นเรื่องค่อนข้างใหม่สำหรับบ้านเรา

- โอกาสการเกิดปัจจัยเสี่ยงที่จะมีความผิดปกติของเส้นเลือดที่หล่อเลี้ยงขั้วประสาทตาและทำให้เกิดเป็นโรคต้อหินได้

ต้อหินทำให้คนตาบอดได้อย่างไร

ในกรณีที่เป็นต้อหิน จะโดยรู้หรือไม่รู้ตัวก็ตาม ความดันภายในลูกตาและปัจจัยเสี่ยงอย่างอื่นที่กล่าวมาข้างต้น จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของปริมาณเลือดที่ไปเลี้ยงขั้วประสาทตาเซลล์ประสาทตาจะเกิดการตายลงที่ละน้อยที่ละน้อย ความกว้างของการมองเห็นจะค่อยๆลดลงโดยที่คนไข้มักไม่รู้ตัว เนื่องจากบริเวณส่วนกลางหรือจุดกึ่งกลางของการมองเห็นยังเป็นปกติดีอยู่แต่ที่เริ่มเสียไปคือการมองเห็นบริเวณรอบๆนอก ซึ่งจะค่อยๆคืบคลาน ลุกลามเข้าสู่ส่วนกลางจนทำให้ตาบอดในที่สุด ระยะที่ผู้ป่วยรู้ตัวว่าตามัวลงมักหมายถึงโรคต้อหินได้ลุกลามไปมากพอสมควรแล้ว จึงเป็นเรื่องยากสำหรับคนทั่วไปที่จะทราบว่าตนเป็นโรคต้อหินตั้งแต่ระยะแรกๆยกเว้นเสียแต่จะได้รับการตรวจตาร่วมกับการวิเคราะห์ขั้วประสาทตาอย่างระมัดระวัง การตรวจวัดลานสายตาซึ่งปัจจุบันนิยมแบบที่มีคอมพิวเตอร์มาใช้ร่วมในการตรวจ

ชนิดของโรคต้อหิน

โรคต้อหินแบ่งเป็นได้หลายชนิด ชนิดที่พบบ่อยๆ 4 ชนิด คือต้อหินชนิดเฉียบพลัน ต้อหินมุมปิดชนิดเรื้อรัง ต้อหินแทรกซ้อน และต้อหินในเด็กเล็กและทารก

  1. ต้อหินมุมปิด (ANGLE CLOSURE GLAUCOMA) มีอยู่ 2 ชนิด คือชนิดมุมปิดเฉียบพลันกับชนิดเรื้อรัง ชนิดมุมปิดเฉียบพลันจะทำให้เกิดอาการปวดตา ตาแดง ตาพ้อ เมื่อมองไปที่ดวงไฟจะเห็นเป็นวงกลมจ้ารอบดวงไฟ อาการอาจรุนแรงมากจนเกิดคลื่นไส้อาเจียน และมักไม่หายด้วยการรับประทานยาแก้ปวด ถ้าไม่รักษาตาจะบอดรวดเร็ว แต่ถ้าเป็นชนิดมุมปิดเรื้อรังผู้ป่วยมักไม่ทราบและไม่มีอาการ บางคนอาจมีอาการปวดเล็กน้อยเป็นครั้งคราว เป็นๆหายๆอยู่หลายปี และได้รับการรักษาแบบโรคปวดศีรษะโดยไม่ทราบว่าเป็นต่อหิน

  2. ต้อหินมุมเปิดเรื้อรัง (OPEN ANGLE GLAUCOMA) ต้อหินชนิดนี้เป็นต้อหินชนิดที่พบบ่อยแบ่งต้อหินชนิดเนื้องอกเป็น 2 ชนิดย่อย คือ ชนิดความดันตาสูงกับอีกชนิดคือ ชนิดความดันตาปกติ ต้อหินทั้ง 2 ชนิดนี้จะไม่มีอาการปวดตาหรือตาแดง ผู้ป่วยมักไม่รู้ สายตาจะค่อยๆมัวลง อาจสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงในระยะเป็นเดือนหรือเป็นปี หากไม่ได้รับการวินิจฉัยและรักษาทันทวงทีจะทำให้ตาบอดได้ในที่สุด อย่างไรก็ตามหากได้รับการวินิจฉัยได้อย่างถูกต้องและรวดเร็วก็มักจะรัาษาสายตาไว้ได้

  3. ต้อหินแทรกซ้อน (SECONDAEY GLAUCOMA) ต้อหินชนิดนี้เกิดเนื่องจากมีความผิดปกติอย่างอื่นของดวงตา เช่นการอักเสบ ต้อกระจกที่สุกมาก อุบัติเหตุต่อดวงตา เนื่องจากการใช้ยาหยอดตาบางชนิด และภายหลังการผ่าตัดตา เช่นเปลี่ยนกระจกตาหรือการผ่าตัดต้อกระจก

  4. ต้อหินในเด็กเล็กและทารก (CONGINITAL AND DEVELOPMENT GLAUCOMA) ต้อหินในเด็กเล็กเกิดร่วมกับความผิดปกติตั้งแต่แรกคลอดของดวงตา อาจมีความผิดปกติทางร่างกายรวมด้วย(ต้อหินในเด็กทารกมักพบตั้งแต่แรกเกิด แม่อาจสังเกตว่าลูกน้อยของตนมีขนาดลูกตาใหญ่กว่าเด็กปกติ กลัวแสง กระจกตาหรือส่วนของตาดำจะไม่ใสจนถึงขุ่นขาวและมีน้ำตาไหลมาก หากพบต้องรีบรับการรักษา

ต้อหินรักษาให้หายได้อย่างไร

ต้อหินเป็นโรคที่มักจะอยู่คู่กับคนที่เป็นไปตลอดชีวิต คล้ายๆกับโรคเบาหวานที่จะต้องคอยควบคุมและต้องการดูแลที่ถูกต้องอย่างต่อเนื่อง ข่าวดีก็คือ ผู้ป่วยส่วนใหญ่สามารถรักษาสายตาไว้ได้ตราบเท่าที่ชีวิตมีอยู่ ใช้ชีวิตอิสระเหมือนบุคคลอื่น เพียงแต่มีภาระต้องพบจักษุแพทย์ประจำตัวเป็นระยะเท่านั้น

การตรวจโรคต้อหิน ทำได้อย่างไร

จักษุแพทย์จะทำการตรวจเช็คตาโดยละเอียด รวมทั้งการซักประวัติทางร่างกาย


 

ประวัติทางครอบครัว วัดสายตา ความดันภายในลูกตาและการตรวจดูขั้วประสาทตาและจอตา การตรวจพิเศษโดยเฉพาะสำหรับโรคต้อหิน คือการตรวจดูมุมตาด้วยเครื่องตรวจลานสายตาอัตโนมัติ เพราะให้ข้อมูลละเอียดกว่าและการตรวจดูการกระจายของเส้นใยประสาท

การตรวจขั้วประสาทตาด้วยคอมพิวเตอร์

การตรวจที่ใหม่ล่าสุดและมีประโยชน์มากคือ การถ่ายภาพและวิเคราะห์ขั้วประสาทตาด้วยคอมพิวเตอร์ เครื่อมือที่ว่านี้เรียกว่า SIMULTANEOUS STEREO OPTIC DISE / DIGITAL ANALYSIS SYSTEM สามารถถ่ายรูปขั้วประสาทตาได้มุมเฉพาะแล้วส่งสัญญาณจากกล้องไปที่คอมพิวเตอร์แล้วแสดงออกทางจอภาพได้ทันที ด้วยเครื่องมือนี้ เราสามารถจะวัดความกว้าง ยาว หรือลึก ของขั้วประสาทตาได้เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ และใช้ในการติดตามผู้ป่วยโรคต้อหินได้อย่างใกล้ชิด และละเอียดละออ

โรคต้อหินรักษาได้อย่างไร

โดยทั่วไป จักษุแพทย์มักเริ่มต้นด้วยยาหยอด หากจำเป็นก็จะเพิ่มยาเม็ดรับประทานในผู้ป่วยบางรายอาจจำเป็นต้องรักษาด้วยเลเซอร์

การผ่าตัดสำหรับผู้ป่วยต้อหินเป็นสิ่งจำเป็นหากไม่สามารถควบคุมโรคได้ด้วยยาและเลเซอร์ในผู้ป่วยที่ผ่าตัดเพื่อลดความดันภายในลูกตาแบบธรรมดาไม่ได้ผลก็อาจจำเป็นต้องใช้ท่อสังเคราะห์พิเศษ ซึ่งเชื่อมต่อกับจานหรือที่เก็บกัก

หากท่านเป็นโรคต้อหินควรปฎิบัติอย่างไร มีข้อพึงปฎิบัติดังนี้

  1. ใช้ยาหยอด ยารับประทาน ตามคำแนะนำของจักษุแพทย์อย่างเคร่งครัด

  2. ไม่ควรรอจนยาหมด ควรให้มียาเพื่อไว้เสมอ หากต้องเดินทางไกลและพึ่งเข้าใจว่ายาหยอดเหล่านี้ช่วยรักษาสายตาของท่านไว้

  3. ควรไปตามที่แพทย์นัด เพราะท่านจำเป็นต้องรับการตรวจเป็นระยะๆ และอาจต้องมีการปรับเปลี่ยนยา หรือต้องมีการทดสอบหรือการตรวจอย่างอื่นๆ เช่นลานสายตาอัตโนมัติ ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงการเปลี่ยนแปลงของตัวโรค

  4. การแจ้งให้จักษุแพทย์ทราบเกี่ยวกับโรคประจำตัวอื่นๆของท่าน และควรมีชื่อยาที่ท่านรับประทานอยู่ เพื่อรักษาโรคหัวใจหรือความดันโลหิตสูง หรือโรคอื่นๆ ในขณะเดียวกันกับท่านควรแจ้งให้แพทย์ประจำตัว(อายุรแพทย์)ของท่านทราบด้วยว่ากำลังรักษาโรคต้อหินอยู่

  5. อย่าซื้อหยอดตาที่ไม่ได้ผ่านการพิจารณาจากจักษุแพทย์มาหยอดเอง ยาหยอดตาชนิดทำให้ต้อหินแย่ลง

  6. เนื่องจากโรคต้อหินมีส่วนเกี่ยวข้องทางพันธุกรรมอยู่แล้ว ควรแนะนำสมาชิกภายในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีอายุเกิน 40 ปี รับการตรวจจากจักษุแพทย์เพื่อการวินิจฉัยตั้งแต่ระยะแรก

พยายามสังเกตุการเปลี่ยนแปลงของสายตาของท่าน และปฎิบัติตามคำแนะนำของจักษุแพทย์ เมื่อมีอาการผิดปกติควรมาพบแพทย์ทันที

ปกป้องดวงตาจากโรคจอประสาทตาเสื่อม และโรคต้อ ด้วยวิธีที่ง่าย ทันสมัย และ แม่นยำ


 

เครื่องถ่ายภาพจอประสาทตา  (Fundus Camera)

  • เทคโนโลยีการถ่ายภาพจอประสาทตาระบบ 3 มิติ
  • ตรวจความผิดปกติของจอประสาท และโรคต้อชนิดต่างๆ
  • รวดเร็ว แม่นยำ ในการแสดงผลจอประสาทตา
  • ตรวจติดตามผลการรักษาในผู้ที่มีความเสี่ยงโรคเบาหวานขึ้นตา
  • ลดระยะเวลาการตรวจจากการใช้ยาขยายม่านตา
  • ใช้แสงน้อยกว่าการตรวจแบบเดิม ผู้ป่วยรู้สึกสบายตาขณะตรวจ

สอบถามรายละเอียด หรือนัดหมายแพทย์ ที่ แผนกหู ตา คอ จมูก
โรงพยาบาลบีเอ็นเอช โทร. 02-686-2700 ต่อ 2748-9

 

 
                                                  

พันธมิตรของเรา l ข้อมูลบริษัทประกัน l สำหรับลูกค้าองค์กร l กิจกรรมสัมพันธ์ l คลินิกใกล้ ๆ คุณ
 
 
Copyright 2008 BNH Hospital All rights reserved. A first-class international medical institution, with some of the most complete and up-to-date facilities in Thailand.
แผนผังเว็บไซด์ l ติดต่อบีเอ็นเอช l เงื่อนไข และ ข้อตกลงการใช้เว็บไซด์ l นโยบายความเป็นส่วนตัว l โทรศัพท์ 0 2686 2700  โทรสาร 0 2632 0577-79   Powered by DZYGroup
 
eXTReMe Tracker